บทความน่ารู้

ลักษณะทั่วไปของเซรั่ม 

 เนื้อเซรั่มมีความบางเบากว่าเนื้อครีม
* เนื้อของเซรั่มมีความเหลวไปจนถึงกึ่งเหลว
* มีความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์สำคัญสูง
*ทำให้มีฤทธิ์ฟื้นฟูบำรุงผิวมีประสิทธิภาพสูง
* มีโมเลกุลขนาดเล็ก ซึมซาบสู่ผิวได้ดีและล้ำลึก

ข้อดีของเซรั่ม
1.เน้นการฟื้นบำรุงแก้ไขปัญหาผิวเฉพาะจุดได้โดยตรง 
2. มีสารบำรุงผิวต่อหยดที่เข้มข้นมาก จึงช่วยแก้ไขปัญหาผู้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. ซึมเร็วและลงลึกจึงทำให้มีความสามารถในการบำรุงผิวจากภายในสู่ภายนอก
4. มีความเบาบาง ไม่เหนียวเหนอะเหนอะ ไม่เน้นการเคลือบผิว ทำให้มีโอกาสน้อยมากในการเกิดการสิว
5. ไม่กีดกันแต่เพิ่มประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์อื่นที่ใช้ร่วมด้วย

ลักษณะทั่วไปของครีม
* มีส่วนประกอบทั้งน้ำมันและน้ำ ผ่านกระบวนการ
   ที่รวมเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นเนื้อครีมที่มีความข้น
* เนื้อสัมผัสเวลาทาลงบนผิวที่หนักกว่าเซรั่ม
* เน้นไปในเรื่องของการให้ความชุ่มชื้นกับผิว 
* ครีมจะไม่ถูกดูดซึมเข้าไปในผิวหนังทันที ต้องใช้เวลาเกลี่ยเนื้อครีมซักพักนึง
* เนื้อครีมจะทำหน้าที่เคลือบผิวภายนอกเพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นไว้สำหรับส่วนของสารออฤทธิ์สำคัญในครีมจะมีน้อยกว่าในเซรั่ม

ข้อดีของครีม
1.ครีมมีเนื้อสัมผัสที่เหนียวและหนัก ช่วยในเรื่องการให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวได้ดี 
2.ครีมทำหน้าที่เป็นฟิล์มคลุมผิวชั้นนอก ช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำออกจากผิว
3.ครีมมีราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ประเภทเซรั่ม
4.ครีมเหมาะกับคนที่มีผิวแห้ง

รู้ข้อดีกันแล้ว คุณสามารถเลือกใช้ ”เซรั่ม” หรือ “ครีมบำรุง”ให้ตรงกับความต้องการ แต่หากคุณมีผิวแห้งแนะนำให้ใช้ทั้ง “เซรั่ม” ควบคู่ไปกับ “ครีมบำรุง” ด้วยค่ะหากคุณมองหาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเนื้อเซรั่ม ขอแนะนำผลิตภัณฑ์คุณภาพจากชินนะตัวนี้เลยค่ะ เซรั่มเพื่อผิวหน้ากระชับ ที่ช่วยตอบโจทย์คุณผู้หญิงในการดูแลผิว ไม่ว่าจะเป็นการลดเลือนริ้วรอย ยกกระชับ แก้ปัญหาเรื่องผิวหย่อนคล้อยที่มาจากวัย ปัญหาผิวแห้งขาดน้ำ พร้อมสารบำรุงที่มีประสิทธิภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคอลลาเจน, อิลาสติน, ไฮยาลูรอน, วิตามินเอ ซี และอี และสารสกัดจากใบบัวบกและผลิตภัณฑ์ “Brightening Facial Cream” ครีมบำรุงผิวหน้าเพื่อเพิ่มความกระจ่างใส ผิวเนียน นุ่ม ช่วยแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่ต้องการลดรอยฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยคล้ำต่างๆ ด้วยส่วนผสมสำคัญมากมายทั้งคอลลาเจน, อิลาสติน, ไฮยาลูรอน, สารสกัดจากแตงกวาและสารสกัดจากแบร์เบอรี่

ประโยชน์ของการมาส์กหน้า

1. คอลลาเจน 
ช่วยดูแลสุขภาพผิว ชะลอวัย ลดริ้วรอย ลดความหย่อนคล้อย และความยืดหยุ่นของผิว
2. วิตามินดี 
ช่วยดูแลเรื่องกระดูก การดูแลเซลล์ผิว และระบบไหลเวียนโลหิต
3. น้ำมันปลา
โอเมก้า 3 เป็นไขมันดี ช่วยดูแลสุขภาพ ลดการเกิดการอักเสบในร่างกาย
4. น้ำต้มซุปกระดูก 
มีสารบำรุง เข้าไปช่วยดูแลผิว กระดูก ข้อต่อ และลำไส้
5. ไบโอติน 
เป็นวิตามินบีที่ละลายในน้ำ ช่วยดูแลสุขภาพผิวให้แข็งแรง
6. วิตามินรวม
ช่วยดูแลสุขภาพผิวโดยรวม
7. สารเคอร์คิวมิน
จากขมิ้นชัน ลดการอักเสบและความเครียดที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติของเซลล์
8. วิตามินเอ 
ช่วยดูแลสุขภาพผิว ลดการเกิดริ้วรอย
9. วิตามินซี 
ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกาย และดูแลผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
10.วิตามินอี
ช่วยกระตุ้นการสร้างสารต้านออนุมูลอิสระ ช่วยดูแลผิวและผม
 
ขอบคุณข้อมูล : Draxe.com

(10 Best Supplements &Vitamins for skin)
Shinna Brightening

ตัวช่วยหน้าใสสำหรับสาววัย 20 up

Arbutin คืออะไร?

“อาร์บูติน” เป็นสารสกัดที่ได้มาจากใบของต้น “แบร์เบอรี่” (Common Bearberry)

ซึ่งมีคุณสมบัติต่อต้านแบคทีเรีย ต้านการอักเสบ และมีสารต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติช่วยให้ผิวกระจ่างใส ช่วยลบเลือนรอยดำโดยยับยั้งการผลิตเมลานิน ต้นเหตุของรอยด่างดำ และความหมองคล้ำของผิวนั่นเอง ประโยชน์มีมากมายเลยล่ะ !!!

1.เป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่มีสารต้านอนูมูลอิสระ

2.มีคุณสมบัติปกป้องผิว ลดผลที่เกิดจากผิวถูกทำลายโดยแสงแดด

3.ลด หรือช่วยทำให้กระบวนการเสื่อมของผิวช้าลง

4.อ่อนโยนต่อผิวเหมาะกับผู้ที่ผิวแพ้ง่าย

5.ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดรอยด่างดำ

6.สามารถใช้ร่วมกับครีมบำรุงต่างๆ

7.หยุดการสร้างเม็ดสี ทำให้ผิวดูกระจ่างใส

อ่านมาถึงตรงนี้ สาวๆที่อยากหน้าใสแนะนำให้ใช้ “Brightening Facial Cream” เป็นครีมเข้มข้นที่มีส่วนผสมจาก “อาร์บูติน” ช่วยลดความหมองคล้ำของผิวหน้าอย่างเห็นผล อ่อนโยน และช่วยลดและต่อต้านการทำงานของเมลานินอันเป็นต้นเหตุของรอยด่างดำ ความหมองคล้ำของใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เลยล่ะค่ะ

ผิวแห้งปัญหากวนใจสาวๆเกิดจากอะไร?

หน้าแห้ง หน้าลอก เป็นขุย แต่งหน้าแล้วเครื่องสำอางไม่ติด สูญเสียความมั่นใจ…ไม่อยากออกจากบ้าน ปัจจัยภายในของการเกิดผิวแห้ง

พันธุกรรม: โรคบางชนิดเป็นปัญหาผิวแห้งที่เกิดจากพันธุกรรม เช่น ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic detmatitis) และสะเก็ดเงิน (Psoriasis)

ฮอร์โมน: การเปลี่ยนแปลงของปริมาณฮอร์โมน เช่น ระยะตั้งครรภ์, ภาวะหมดประจำเดือน อายุ : เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตไขมันในผิวลดลง ทำให้ชั้นปกป้องผิวอ่อนแอ สูญเสียน้ำออกจากผิวมากขึ้น

อาหาร: การได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ทำให้ผิวขาดวิตามินและผิวแห้งมากขึ้นได้

ผิวอ่อนแอ: ในชั้นผิวที่ลึกลงไป จำนวนประตูน้ำในผิวที่ลดลง ส่งผลให้การส่งผ่านน้ำจากเซลล์สู่เซลล์ลดลง จนผิวขาดความชุ่มชื่น และอาจลอกเป็นขุยได้ ปัจจัยภายนอกของการเกิดผิวแห้ง

การทำความสะอาดผิวบ่อยๆ: มีโอกาสชำระล้างไขมันที่จำเป็นในผิว ทำให้ผิวอ่อนแอ สูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายขึ้น

สภาพอากาศ:  การเปลี่ยนแปลงของอากาศ, การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล – ผิวแห้งมักเกิดมากในช่วงหน้าหนาว หรือแสงแดดในฤดูร้อน นอกจากจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยแล้ว ยังทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย และทำให้ผิวแห้งมากขึ้นอีกด้วย

โลชั่นผิวแห้งมาก: สารสำคัญที่อยู่ในโลชั่นบำรุงผิวอาจไม่มีประสิทธิภาพมากพอ หรือไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาผิวแห้งได้ครบทุกสาเหตุ ทำให้ผิวไม่ได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ ยารักษา: การรักษาโรคบางชนิด เช่น การฉายรังสี การล้างไต ยาหรือสารเคมีที่ใช้ในการรักษา เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวสูญเสียน้ำมากกว่าปกติ

ดื่มน้ำไม่เพียงพอ: ผิวของเรามีการสูญเสียน้ำอยู่ตลอดเวลา ในแต่ละวันควรดื่มน้ำอย่างต่ำ 1.5 ลิตร เพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื่นและสุขภาพดี

หากคุณพบว่าชั้นผิวอ่อนแอ ดูแลผิวของคุณด้วยผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิว

ด้วยสารสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Hyaluronic acid, jojoba oil, Aloe vera เป็นต้น

เลือกชุดดูแลผิวจาก SHINNA Lifing Firming Facial Serum เซรั่มที่มีส่วนผสมของ “Sodium Hyaluroante” ที่มีโมเลกุลเล็กสามารถซีมเข้าสู่ชั้นผิวชั้นลึกได้ง่าย ทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดเลือนริ้วรอยให้ผิวคุณ ผิวสวยใส หน้าเด้ง ควบคู่ไปกับครีมบำรุงช่วยใบหน้าให้กระจ่างใส่ SHINNA Brightening Facial Cream ครีมบำรุงผิว ที่มีสารสกัดจากแตงกวาช่วยบำรุงและลดการอักเสบของผิว ลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น หน้ากระจ่างใส ดูมีสุขภาพดี

10Vitamin

“Vitamin C” ช่วยดูแลผิวคุณอย่างไร ?

1. คอลลาเจน 
ช่วยดูแลสุขภาพผิว ชะลอวัย ลดริ้วรอย ลดความหย่อนคล้อย และความยืดหยุ่นของผิว
2. วิตามินดี 
ช่วยดูแลเรื่องกระดูก การดูแลเซลล์ผิว และระบบไหลเวียนโลหิต
3. น้ำมันปลา
โอเมก้า 3 เป็นไขมันดี ช่วยดูแลสุขภาพ ลดการเกิดการอักเสบในร่างกาย
4. น้ำต้มซุปกระดูก 
มีสารบำรุง เข้าไปช่วยดูแลผิว กระดูก ข้อต่อ และลำไส้
5. ไบโอติน 
เป็นวิตามินบีที่ละลายในน้ำ ช่วยดูแลสุขภาพผิวให้แข็งแรง
6. วิตามินรวม
ช่วยดูแลสุขภาพผิวโดยรวม
7. สารเคอร์คิวมิน
จากขมิ้นชัน ลดการอักเสบและความเครียดที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติของเซลล์
8. วิตามินเอ 
ช่วยดูแลสุขภาพผิว ลดการเกิดริ้วรอย
9. วิตามินซี 
ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกาย และดูแลผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
10.วิตามินอี
ช่วยกระตุ้นการสร้างสารต้านออนุมูลอิสระ ช่วยดูแลผิวและผม
 
ขอบคุณข้อมูล : Draxe.com

(10 Best Supplements &Vitamins for skin)

5 เหตุผลสำคัญที่ควรดูแลผิวให้ชุ่มชื้น

ผิวที่มีความชุ่มชื้นเพียงพอสามารถลดปัญหาของผิวคุณได้
เลือกใช้ครีมบำรุงที่เหมาะสมกับผิวคุณจะช่วยรักษาสมดุลผิว
ความชุ่มชื้นของผิวช่วยลดการเกิดสิวได้
ผิวที่ชุ่มชื้นทำให้แลดูอ่อนเจาว์
ผิวที่ชุ่มชื้นช่วยลดริ้วรอยได้
ทำไมการดูแลผิวให้ชุ่มชื้นจึงสำคัญ?
คุณหมอ Diana K. Blythe กล่าวว่า
“เราต้องดูแลผิวให้ชุ่มชื้น เพราะผิวของเราเป็นเกราะป้องกันการติดเชื้อ ถ้าเราผิวแห้ง และเมื่อเกิดผิวแตกที่ผิวหนัง อาจจะทำให้แบคทีเรียบนผิวหนังของเราสามารถเข้าไปในผิว และทำให้เกิดการติดเชื้อได้นั่นเอง”
ฉะนั้น การปกป้องผิวของเราไม่ให้แห้ง จะช่วยป้องกันการติดเชื้อและทำให้ผิวมีสุขภาพดีอีกด้วยค่ะ
มาดูแลผิวให้ชุ่มชื้น โดยเลือกใช้สองผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มน้ำให้ผิวกันค่ะ
 Lifting Firming Facial Serum  และ
 Brightening Facial Cream 
สองผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจาก “โซเดียมไฮยาลูรอนเนท” ซึ่งมีโมเลกุลเล็กสามารถเติมน้ำให้ผิวได้ลึกถึงผิวชั้นใน ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ลดริ้วรอย สร้างสมดุลให้ผิวอีกด้วยค่ะ
 
 

LIFTING FIRMING FACIAL SERUM

BRIGHTENING FACIAL CREAM

เนื้อเซรั่มและเนื้อครีมมีคุณสมบัติแตกต่างกันอย่างไร

 คุณสมบัติของเนื้อเซรั่มและเนื้อครีมหลายคนคงสงสัยว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกผลิตภัณฑ์ชนิดแบบใดดีกันแน่ เรามาเปรียบเทียบกัน
 

ประโยชน์ของการมาส์กหน้ามีอะไรบ้าง

การมาส์กหน้าก็ช่วยให้ผิวดูดีขึ้นได้วันนี้มาชวนคุยเรื่องประโยชน์ของการมาส์กหน้ากันค่ะ
 

Shinna Brightening

ตัวช่วยหน้าใสสำหรับสาววัย 20 up

ปัจจัยภายในของการเกิดผิวแห้ง

10Vitamin

“Vitamin C” ช่วยดูแลผิวคุณอย่างไร ?

 

5 เหตุผลสำคัญที่ควรดูแลผิวให้ชุ่มชื้น